- 3 -
ภายในห้องนอนห้องเดิม บนเตียงนอนเตียงเก่าร่างบอบบางของเจ้าของกำลังจะตื่นขึ้นจากนิทราที่ยาวนาน ดวงตาเรียวค่อยๆปรือขึ้นและกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับให้ชินกับแสงที่สาดส่องเข้ามา มือเรียวถูกบังคับให้ขยับทำหน้าที่พยุงตัวเองให้ลุกพิงหัวเตียงแต่อาการหน้ามืดก็วิ่งเข้าเล่นงานจนศีรษะโงน
“ตายละ! คุณหนู”
แม่บ้านที่กำลังยกกะละมังเข้ามาในห้องรีบจ้ำอ้าวเข้ามาประคองร่างของผู้เป็นนายหญิงของบ้านทันที ดวงตาพร่าของผู้สูงอายุคลอไปด้วยน้ำตาเมื่อเห็นว่าคุณหนูนั้นพื้นจากการหลับใหล มือกร้านลูบไปตามดวงหน้าซีดอย่างห่วงใยและอบอุ่นด้วยความเอ็นดู
“โธ่ คุณหนูของป้า ทำไมหน้าซีดอย่างนี้ เดี๋ยวป้าไปต้มโจ๊กมาให้นะคะ”
เพราะความรักที่ส่งผ่านมาทางน้ำเสียงนั้นทำให้ร่างบางรู้สึกตื้นตันจนน้ำตาคลอเบ้า ใบหน้าหวานพยักหน้าน้อยๆตอบรับคำบอกเล่านั้นก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างสุดความสามารถ ไม่นานความอบอุ่นจากฝ่ามือกร้านก็ละออกไปทิ้งไว้เพียงสัมผัสที่ยังตราบตรึงไว้ให้หัวใจได้มีกำลัง แต่ด้วยความอ่อนเพลียดวงตาเรียวก็ค่อยๆปรือลงพร้อมกับร่างกายที่ค่อยๆโอนเอนลงกับเตียงจมลงสู่นิทราอีกครั้ง และไม่นานคุณแม่บ้านก็เข้ามาพร้อมกับถ้วยโจ๊กในมือหวังจะให้คนป่วยได้กินมันตอนร้อนๆ แต่ก็ต้องตัดใจวางไว้ข้างๆหัวเตียง มือย่นลูบไปที่กลุ่มผมนิ่มและคลี่ยิ้มเอ็นดูก่อนจะเดินออกไป
แต่ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อพบว่าผู้เป็นนายใหญ่ของไร่ยืนหน้านิ่งอยู่หน้าห้อง สีหน้าของคนตรงหน้าทำให้นางอดที่จะหันไม่มองคนที่นอนอยู่ในห้องอย่างเป็นห่วงไม่ได้ ยิ่งเมื่อตอนนายใหญ่เดินสวนนางเข้าไปในห้องแล้วนางเหลือบไปเห็นเศษกระเบื้องในมือก็ยิ่งทำให้นางลุกลี้ลุกร้นคว้าตัวร่างสูงไว้
“คุณชายค่ะ! คุณชายอย่าทำอะไรคุณหนูเลยนะคะ ถือว่าป้าขอ คุณหนูเธอกำลังไม่สบาย”
แต่เสียงนั้นก็ได้แต่ลอยเข้าหูหนึ่งไปยังอีกหูหนึ่งเพราะคุณชายของนางชักแขนกลับแล้วออกคำสั่งเสียงเข้ม
“ออกไป แล้วบอกทุกคนด้วยว่าถ้าไม่มีธุระสำคัญ ไม่ต้องเรียกหา”
เท่านั้นเองก่อนที่ประตูบานนั้นจะปิดลงพร้อมกับการลงกลอน หัวใจนางก็ตกไปถึงตาตุ่มความเป็นห่วงพุ่งขึ้นราวกับว่าคนที่นอนนิ่งอยู่ในห้องคือลูกน้อยของนาง น้ำตาของคนที่อายุมากที่สุดไหลออกจากหางตาด้วยความเสียใจก่อนที่จะเดินหายไป
ร่างสูงพกความเกรี้ยวกราดเดินมาหยุดข้างๆเตียงนอนที่มีคนน่ารักหลับตาพรึม อกบางที่ขยับขึ้นลงบ่งบอกได้ถึงนิทราลึกของคนตรงหน้า ในใจก็นึกเอ็นดูกับภาพตรงหน้าราวกับว่าอีกคนคือเทวาแสนน่ารักตัวน้อยๆกำลังนอนหลับเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันอันแสนหวาน แต่พลันนึกไปถึงของบางสิ่งที่แตกราวกองอยู่บนพื้นภาพแสนบริสุทธิ์ตรงหน้าก็หายไปบันดล ข้อมือบางถูกกระชากอย่างแรงจนคนใบหน้าเรียวบิด เมื่อความฝันอันแสนหวานถูกปลุกด้วยความเจ็บแพคฮยอนก็ถึงกับตัวสั่นทิ่มเมื่อเห็นว่าภาพตรงหน้าเป็นใคร
“คะ คุณชานยุล..”
ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกจากปากอิ่ม มีแต่การกระทำที่ป่าเถื่อนแสดงออกมาเท่านั้น ร่างสูงผลักคนตัวบางให้ราบไปกับความอ่อนนุ่มของเตียงพร้อมกับเอาตัวเองเข้าทับ สร้างความตระหนกให้แก่ร่างบางเป็นอย่างมาก เขาไม่ได้ตกใจมากเท่าไรกับการกระทำแต่เขาออกจะกลัวไปเสียมากกว่า มือเรียวยกขึ้นมาดันอกแกร่งด้วยแรงทั้งหมดที่มีแต่มันก็ทำหน้าทีได้แค่ประเดี๋ยวเพราะมือหนาคว้ามันตรึงไว้ข้างตัว
“จะทำอะไร! ไม่นะ! ขอร้องละ อย่า!...”
น้ำตาใสไหลออกมาอีกระรอก เขากลัวจับใจเหมือนกับอีกคนกำลังจะฆ่าเขาด้วยปากและลิ้น ทุกสัมผัสชื้นแชะที่แตะไปตามลำคอทำเอาอ่อนลุกซู่ แรงที่มีอยู่น้อยนิดถูกกระชากออกด้วยความวาบวาม ถูกดึงดูดด้วยปากอิ่มที่กำลังแทะเล็มยอดอกอย่างเมามันส์จนเผลอเอนตัวเข้าหา ความรู้สึกในช่องทองตีม้วนจนสมองเบลอ ไม่รับรู้ว่าเมื่อไรที่ตนเองเปลืองเปล่าแต่มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อความเย็นเข้ามาอิงแนบผิวกายจนสะท้าน
“อ๊า!!! เอ็บ ฮืออ เจ็บ”
หยาดน้ำตาร่วงเป็นหยดทันทีที่ของร้อนพุ่งเข้าสู่ช่องทางที่ไร้การเตรียม ไม่มีแม้แต่การบอกกล่าวให้ได้เตรียมตัวเอวหนาก็เริ่มร่อนบังคับของร้อนให้เสียดสีในช่องทางคุ้นเคยจนคนเจ้าของหน้าหวานบิดเบี้ยว แต่กระแสความเสียวซ่านก็ยังแล่นมาควบคู่กัน เล่นเอาคนรับแสดงออกมาอย่างผิดๆถูกๆ เสียงอ้อนวอนเคล้ามากับเสียงครางฮือท่ามกลางห้องกว้าง ความสงสารไม่ได้มีอยู่ในสายตาของร่างสูงเลยแม้แต่น้อย จนร่างบางไม่อาจจะจะกดความน้อยใจที่มีได้
“เจ็บ คุณชานยุล ผมเจ็บ อ๊า ทะ ทำไม ถึงทำอย่างนี้”
เขายกมือขึ้นมาปิดหน้าที่เห่อแดงด้วยอารมณ์รักแต่กระนั้นน้ำตาก็ยังไม่จางหาย คำถามติดๆขัดๆดึงความสนใจของร่างสูงได้ไม่น้อยแต่ก็ยังไม่หยุดการกระทำที่แสนเอาแต่ใจของตน เพียงเพราะความทรงจำที่ตกข้างอยู่ใจเขากลับต้องทำร้ายร่างบอบบางตรงหน้าจนช้ำไปทั้งตัว
“นายทำผิด! ต้องถูกลงโทษ!!”
สิ้นคำเอวบางถูกมือหนาคว้าหมับจับให้มันแล้วกระแทกถี่แรงๆจนน้ำหูน้ำตาไหล ร่างบางโยกไปตามแรงส่งจนรู้สึกหน้ามืด แต่ยังไม่เท่าหัวใจที่ตอนนี้ตกอยู่ในความมืดยิ่งกว่าอะไร ปากบางที่อยากจะเอ่ยถามข้อหาของตัวเองกลับเปล่งออกมาได้แค่เสียงครางแหบพร่า
จนในที่สุดของร้อนก็ถูกดันเข้าไปลึกโดนจุดกระสันจนร่างบางกระตุกวาบก่อนที่น้ำอุ่นจะพุ่งกระแทกผนังอ่อน ร่างบางได้แต่นอนหอบผิดกับอีกคนที่ดูเหมือนจะยังมีกำลังอยู่เต็มเปี่ยมดึงให้ร่างบางอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน นั้นทำให้เขาได้เห็นบางอย่าในมือของร่างสูงพร้อมกับสีหน้าที่เหมือนจะฆ่าเขาให้ตายลงตรงหน้า
เศษกระเบื้องที่อยู่ในกล่องบนมือร่างสูงทำให้เขาต้องรีบหลุบตาลง ถ้าจำไม่ผิดมันคือของที่อยู่ในตู้กระจกหลังนั้นที่เขากำลังทำความสะอาด เป็นโถใบสุดท้ายที่ร่างบางจับก่อนจะหมดสติไป มือหนาวางกล่องนั้นลงแล้วค่อยมาเชยคางเรียวขึ้นไปสบตา เขาเอ่ยออกมาเสียงเนิบนาบให้ชัดทุกถ้อยคำ เสียงทุ้มๆที่ดังอยู่ตรงหน้าทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นแรงด้วยความระทึก
“โถใบนี้ มีชิ้นเดียวในโลก”
“นายต้องทำได้สิ ปาร์คชานยอล”
ร่างสูงโปร่งที่กอดซองเอกสารสำคัญไว้แนบอกกำลังรวบรวมความกล้าเพื่อก้าวผ่านประตูบานใหญ่ที่มีป้ายเขียนว่า ‘คิมจงอิน ไม่มีกิจห้ามรบกวน’ แม้ว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาจะทำใจเอาไว้แล้วบ้างแต่มันก็อดที่จะหวั่นไม่ได้เพราะข้อมูลที่ได้รับมาเกี่ยวกับบุคคลนี้ช่างอันตรายเหลือแสนจนต้องถอนหายใจแล้วสูดลมเข้าอีกรอบ
“ใจเย็นๆ ปาร์คชานยอล นายอย่ากลัว”
เขาพร่ำบอกกับตนเองก่อนที่จะยกมือขึ้นไปเคาะประตูนั้น หัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้นเมื่อต้องยืนรอคนในห้องตอบกลับมา อาการระส่ำระส่ายตีขึ้นมาเรื่อยๆจนอยู่ไม่สุขต้องหันซ้ายหันขวาอย่างร้อนรนและไม่นานเสียงที่ดังออกมาจากในห้องก็ทำเอาหัวใจที่เต้นถี่ตกไปอยู่ตาตุ่ม
“เข้ามาสิ”
เขาเก็บหัวใจตัวเองขึ้นมาแนบอกแล้วผ่อนลมออกทางปากอิ่มก่อนจะผลักประตูเข้าไป
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาแทบจะหันหลังกลับไม่ทัน
ชิบหายแล้ว
“อื้ม...เดี๋ยวก่อน..ไค..อือ!! จงอินอย่า...มีคนมา”
ปากรูปหัวใจถูกปิดลงด้วยปากหยักแม้เจ้าตัวจะทุบลงบนไหล่หนาแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมหยุด ทั้งยังดึงดันที่จะเผด็จศึกในครั้งให้เสร็จ ทั้งๆที่รู้ว่ามีใครเข้ามายังจะต่อจนจบ
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละชานยอล..อื้ม..ดีโอ..จูบหน่อย”
ใบหน้าของคนน่ารักได้แต่เห่อด้วยความอายที่ดีขึ้นจนใจเต้นรั่วบวกกับแรงอารมณ์ที่พัดเข้ามาเหมือนพายุทำให้ต้องซบหน้าเข้ากับอกแกร่งชื้นเหงื่อหลบหนีไม่ให้คนช่างแกล้งได้ลิ้มรสความหอมหวานจากปากตัวเอง
เสียงครางกระเซ้าอย่างเขินอายและร้อนแรงยังคงดังขึ้นเรื่อยๆและยาวนานเหลือเกินในความคิดของ ปาร์ค ชานยอล แม้เขาจะไม่ค่อยชอบเรื่องแบบนี้สักเท่าไร แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเป็นพระอิฐพระปูนไม่รู้ร้อนรู้หนาว มือที่ถือเอกสารสำคัญกำแฟ้มแน่น
อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ตายด้าน
“...อ้า!.”
เสียงสุดท้ายเปล่งออกมาก่อนที่ความล้าจะฉุดความรู้สึกนึกคิดลงสู่นิทรา เมื่อเห็นว่าคนน่ารักเข้าสู่นิทราร่างกายสีแทนก็เปลี่ยนตัวออกมาช้าๆคว้าผ้าเช็ดตัวใกล้ๆมาพันไว้รอบเอว อีกมือก็รั้งผ้าห่มผืนหนาที่ตกไปอยู่ปลายเท้าข้นมาคลุมตัวคนหลับก่อนจะเดินมาหาแขก
“ไปอีกห้องดีกว่า ผมไม่อยากรบกวนการนอนของแฟนผม”
เขาอยากจะท้วงเหลือเกินว่าให้ไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนก็ได้ การเดินโทงๆด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวเป็นอะไรที่เขย่าขวัญเขาสุดๆ หากมันหลุดลงมาคงได้ฝันร้ายแน่ๆ แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่แคร์สภาพหรือรอบข้างเหมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติที่ทำประจำ
ปาร์คชานยอลอยากจะบ้า !!
“ว่ามาสิ?”
จงอินเอนตัวพิงกับพนักของเก้าอี้นวมด้วยท่าทีสบายตัว แต่ต่างกับอีกคนที่เหงื่อซึมขมับ มือที่ยื่นแฟ้มให้คนตรงหน้าชื้นและสั่น
“นี่คือสนธิสัญญาของบริษัทเราครับ คุณแบคฮยอนให้ผมมายื่นเรื่องเกี่ยวกับการตกลงของเรา เนื่องจากว่าเราเห็นว่าธุรกิจของคุณน่าสนใจท่านเลยอยากจะร่วมลงทุนกับคุณ..ค..ครับ”
น้ำเสียงทุ้มหวานกระตุกเมื่อเห็นทีท่าว่าฝ่ายตรงเริ่มจะแสดงความไม่พอใจออกมา ใบหน้านิ่งคมฉายแววเบื่อหน่ายและเริ่มหมุนเก้าอี้เล่นเหมือนเด็กๆ ทำให้คนรอคำตอบใจเต้นอีกครั้ง ความกดดันจากการลุ้นจนตัวแทบโก่งประหนึ่งการสัมภาษณ์เข้าทำงาน มือป้อมๆทั้งสองเกี่ยวเข้าหากันเหมือนไม่รู้ว่าต้องวางมันไว้ไหน ดวงตากลมโตใสหลุบลงอยู่ที่นิ้วมือ
“บอกมาสิว่าทำไมฉันต้องตอบตกลง”
ชานยอลเกิดอาการผงาเมื่อใบหน้าคมสันเอนเข้ามาใกล้พร้อมกับการเท้าคางมองมายังเขาด้วยสายตาวับวาวเรียกลางสังหรณ์ไม่ปลอดภัยให้หัวใจของคนตาโตตกลงไปอยู่ตาตุ่ม
“เออ..คือ..ทางเราจะมีการตรวจสอบอย่างดีและข้อตกลงนี่ เราจะไม่ให้มีฝ่ายใดเสียเปรียบหรือได้เปรียบแน่นอนคะ...ครับ”
ชานยอลชักมือกลับอย่างไวเมื่อฝ่ามือร้อนของอีกฝ่ายทาบทับลงมาพร้อมกับสายตากะลิ่มกะเลีย เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามนุษย์เราสามารถปลดปล่อยได้วันละไม่เกินสามน้ำ ดูได้จากคนตรงหน้าเหมือนจะมีอาการ อย่างว่า แปะบนหน้าผากเสียชัดเจน
ตลอดการสนทนาชานยอลต้องค่อยระวังการถูกลวนลามระดับพวกมือไวจากคุณชายจงอินแบบสุดๆ ทั้งมือทั้งสายตาโดยรวมแล้วหนุ่มผิวแทนก็เสือร้ายตัวหนึ่ง พอพูดถึงเรื่องงานมักจะเบ้หน้าหนีบ้างหน้าตึงบ้างแต่พอหยอดมาเป็นมุกจีบสาวจีบหนุ่มรอยยิ้มกริ่มก็พราวขึ้นมาบนใบหน้าจนชานยอลรู้สึกร้อนๆหนาวๆ
“ขอบคุณครับ ที่มอบความไว้วางใจให้บริษัทเรา”
“ผมวางใจแล้ว เมื่อไรคุณจะวางตัวให้ผม เบอร์ติดต่อที่นามบัตรผมนะ”
ชานยอลที่โค้งขอบคุณรบเอกสารแทบจะเรียกได้ว่าชักมือกลับจากอุ้งมือเสือที่ร้อนผ่าวทันทีที่อีกฝ่ายเริ่มจะกรุ่มกริ่ม ก่อนจะรีบโกยตัวเองออกจากห้องนั้นอย่างไว
“ฟู่~ เกือบไปแล้วชานยอล”
มือป้อมๆลูบอกตัวเองปอยๆเป็นการเรียกขวัญกลับมา ก่อนที่จะสูดลมหายใจตัวเองเข้าลึกๆแล้วกำหมัดขึ้นระดับดวงตาพร้อมที่จะทำภารกิจต่อไป
“เหลือแค่ไปให้คุณแบคฮยอน ชานยอลไฟต์ติ้ง!!”
“ห๊ะ!! ว่าไงนะ! คุณแบคฮยอนออกไปแล้ว!! ย๊า~”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อรับรู้ได้ว่าเอกสารสำคัญมีเค้าจะกลายเป็นแค่กระดาษไร้ค่าเมื่อคนที่หมายมั่นเอาไว้กลับไม่เห็นตัว พร้อมกับการลาหยุดยาวเป็นสัปดาห์ที่ทำเอาชานยอลอยากจะบ้ายืดตัวขยี้หัวตัวเองเหมือนกับว่าเจอตัวสงกรานต์มาบุก เขาอุสาตื่นมาแต่ไก่โห่เพื่องานนี้โดยเฉพาะ แล้วเจ้านายตัวดีกลับไม่อยู่ เขาอุสาเสี่ยงตายกับความบริสุทธิ์ของเขาจากเจ้าพ่อคาสโนวามาได้ แล้วเจ้านายเขายังจะมาปั่นหัวอีก! แต่เขาก็ยังไม่ลดละโน้มตัวลงไปจ้องตากับพี่เลขาและเท้ามือลงกับโต๊ะสวย
“แล้วพี่พอรู้มั้ยว่าจะเจอคุณแบคฮยอนได้ที่ไหน คือผมมีธุระสำคัญมากๆ ต้องพบเขาให้ได้”
ดวงตากลมโตจ้องมองหญิงสาวเลขาอย่างอ้อนสุดฤทธิ์ราวกับลูกหมาตัวน้อยกำลังตามหาเจ้านายผู้เป็นที่รัก พี่สาวคนสวยเลยได้แต่กระอึกกระอักปฏิเสธไม่ลง ยิ่งดวงตาคู่ใสซื่อมีน้ำคลอนิดๆเธอก็อ่อนยวบแล้ว
“ก็มีอยู่ที่หนึ่ง...”
พี่สาวเอ่ยเสียงเบาราวกับไม่อยากจะบอก แต่เมื่อทางออกมาถึงดวงตาของปาร์คชานยอลก็วาวขึ้นอย่างมีหวัง
“ที่พี่คิดว่าเขาน่าจะไป..”
ตอนนี้ชายหนุ่มใบหน้าหวานก็มายืนอยู่หน้าผับหรูที่เหล่าผีเสื้อราตรีต่างหลงใหล ดวงตาใสเริ่มมีแววหวาดหวั่นเล็กน้อยเมื่อปรายตาไปรอบๆ ผีเสื้อต่างพากันแต่งตัวล่อหนุ่มแทนฟีโรโมน ก้อนความตื่นเต้นถูกกลืนลงคอไปก่อนจะหยิบคีย์การ์ดที่ได้จากพี่เลขาคนสวยขึ้นมากำให้มั่นเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตรงประตูหน้าผับพลางนึกไปถึงคำของพี่เลขา
“ผับ Kim Kai คืออีกที่ที่คุณแบคฮยอนมักจะไปบ่อยๆ พี่คิดว่าวันนี้เขาคงไปเช่นเคย และนี่คือบัตรเข้าผับ”
บัตรสีดำเรียบที่มีอักษรสีทองมุมขวาล่างว่า VIP my friend ถูกยื่นมาตรงหน้าเขา ก่อนที่เขาจะรับมาเก็บใส่กระเป๋าไว้อย่างดีเพราะการย้ำเตือนของพี่สาวคนสวย
“อย่าให้บัตรนี้หาย มันคือหลักประกันความปลอดภัยของนาย”
“เชิญทางนี้เลยครับ” บริกรสุดหล่อนำทางผมมาจนถึงห้องที่เขียนว่า ผู้บริหาร ซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของไนต์คลับสุดหรู มือหนึ่งกอดเอกสารไว้มั่นและใช้อีกมือผลักเข้าไป
นายทำได้น่าชานยอล
ดวงตากลมกรอกตาไปรอบๆ ความมืดของห้องและไอเย็นทำให้เขาเริ่มจะหวาดระแวงแต่เมื่อดวงตาพลันไปเห็นคนที่นั่งอยู่บนโซฟาที่มุมของห้องเขาก็ยิ้มออกและรีบก้าวไปให้ถึงตัวของเจ้านายตัวปัญหาอย่างเร็วไว
“มาเร็วดีนิ”
ในทีแรกเด็กหนุ่มตาโตกะจะเหวี่ยงเจ้านายตัวเตี้ยนี้สักหน่อยแต่เมื่อมาถึงจนเห็นใบหน้าคมชัดคำทักอีกฝ่ายทำให้เขาคิ้วขมวด แต่เพื่อตัดปัญหาและเขาต้องการที่จะออกไปจากแหล่งเสี่ยงนี่เร็วๆเลยวางเอกสารลงบนโต๊ะอย่างรวดเร็วพร้อมเอ่ยลาอย่างรัว
“ผมทำตามที่คุณต้องการแล้ว เพราะงั้นลาก่อนนะครับ”
“อ้ะ!”
ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวออกจากห้องแค่เปิดประตูเท่านั้นเขาก็ต้องผง่าเมื่อร่างของโฮสต์ที่เขาเห็นผ่านๆมายืนอยู่หน้าประตูเหมือนรออะไรบางอย่าง สายตาที่มองมันวับวาวเคลือบมันราวกับผึ้งเห็นน้ำหวานทำให้เขาเริ่มเหงื่อซึม ลางสังหรณ์บางอย่างของเขากำลังร้องให้เขาก้าวออกไป ผ่านกลุ่มคนพวกนี้อย่างเร็วที่สุด
วิ่งให้สุดกำลัง!!
“อ่ะ!!”
แต่นั้นก็เป็นแค่ความคิดเมื่อกางที่กำลังจะวิ่งถูกชะงัก ร่างทั้งร่างถูกโฮสต์ลากเข้ามาให้ห้องยังเดิม มาหยุดตรงหน้าเจ้านายแสนนิ่ง แขนทั้งสองถูกจับล๊อคจนเจ็บและไม่อาจขัดขืน ดวงตากลมเริ่มมองไปรอบๆอย่างหวาดหวั่นแล้วยิ่งเห็นรอยยิ้มของเจ้านายที่เขาพึ่งหันหลังให้ชานยอลยิ่งอยากจะโฮร้องออกมาด้วยความกลัว
รอยยิ้มนั้นช่างน่ากลัวเหลือเกิน
“ปล่อยผม!!”
“จุจุไว้เด็กน้อย นายไม่รู้ความผิดของตัวเองเลยรึไง หืม..”
“ผมไปทำอะไรให้คุณ!!”
พรึบ!
กระดาษโฟโต้ขนาด 4x6 หลายใบพุงจากมือหนาสู่ใบหน้ากลมจนชา แสงไฟหลากสีจากด้านนอกสาดเข้ามาพอได้เห็นว่ารูปที่อีกฝ่ายตั้งใจปามานั้นเป็นรูปใคร
นี่มันรูปเขากับพี่ซูโฮเมื่อเช้านี่นา!!
“ปฏิเสธมั้ยว่าคนนี้นายไม่รู้จัก?”
เสียงเย็นถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาได้แต่คิ้วขมวดไม่เข้าใจมองอีกฝ่ายที่มองมาด้วยสายตาโกรธเคือง
“ผมรู้จักเขา แล้วยังไง? ก็นั้นเป็นพี่ของผมนิ! อ้ะ!”
ทันทีที่เขาก้าวร้าวมือหนาก็ฟาดลงที่ใบหน้าจนหัน ความเจ็บที่เต้นอยู่ที่มุมปากและรอยหวานของเลือดทำให้ผมรู้ว่าเขาไม่ได้เบาแรงเลย ชานยอลมองอีกฝ่ายด้วยสายตาผิดหวังจนคนรับหน้าชา มือที่ใช้ทำร้ายใบหน้าซื่อนั้นสั่นระริกด้วยความรู้สึกผิด แต่เขาก็แข็งใจแสยะยิ้มให้อีกคนหน้าซีด พร้อมกับคำสั่งของเขาที่ตั้งใจจะฝากไว้บนตัวร่างสูงไปหาผู้บงการ
“จัดการได้เลย”
“ไม่นะ!! อย่า!!”
ร้ายให้สุด แล้วหยุดที่คำว่าเสียใจ เอิ๊ก ๆ
มาช้าไป ข้าน้อยขอรับผิดดดด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น