บทต้องห้าม
Cross - 17 -
Sometimes these cuts
Are so much deeper than they seem.
บางครั้งบาดแผลพวกนี้
ก็ลึกมากกว่าที่มองเห็นด้วยตาเปล่า
PART LUHAN
เขาไม่มีวันลืม
วันที่อัปยศที่สุดในชีวิต
วันที่ชีวิตเขาพลิกผัน
ไม่
ไม่มีวันลืมได้ลง
ลู่ฮานยังคงจำสัมผัสนั้นได้ดี วันนี้ที่เขาถูกผู้ชายสามคนรุมทำร้ายอย่างไม่ปราณีบนเตียงของเพื่อนสนิท ขนาดว่าร้องขอเท่าไรก็ไม่เคยได้แม้เศษเสียวความเห็นใจ มีเพียงเสียงหัวเราะระงมที่สนุกสนานสุดเหวี่ยง
คนหนึ่งทำหน้าที่จูบไซซอกคอพร้อมกับตรึงแขนด้านซ้าย อีกคนตรึงด้านขวาพร้อมกับกัดขย้ำหัวนมเขาราวกับหมาป่าหิว ส่วนอีกคนกำลังใช้นิ้วเย็นๆที่ชโลมด้วยครีมสอดใส่ที่เบื้องล่าง
“ใครจะเข้าก่อนวะ?”
คนที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่มหงอยหน้าขึ้นมาถามเพื่อนอีกสองคนที่อยู่ไม่ไกลทั้งๆที่นิ้วเรียวยังคงเบิกช่องทางต้องห้ามของเขาอยู่ เหมือนกับเพื่อนสนิทที่พากันไปซื้อขมแล้วถามว่าใครจะเลือกก่อน เขาได้แต่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น นอนรับความอัปยศอย่างหนีไม่พ้น กลายเป็นของเล่นชิ้นใหม่ที่มีเจ้านายถึงสามในเวลาเดียวที่ถูกแกะออกจากกล่อง และเหมือนทั้งสามจะตัดสินใจกันเรื่องลำดับไม่ได้จึงหันไปหาใครอีกคนที่อยู่มุมห้องซึ่งทำหน้าที่ควบคุมกล้องตามจุดต่างๆ
“พี่คริส จัดลำดับสิ”
คนถูกให้รวมความคิดเห็นเลิกคิ้วละจากหน้าจอกล้อง ดวงตาคู่นั้นเย็นชาและไร้ซึ่งสำนึก เขาได้สบกับดวงตาคมนั้นก็รู้เลยว่าอีกไม่นานจะถูกผลักลงเหว
“เอาเหมือนเดิมสิ”
เสียงทุ้มนั้นเอ่ยออกมาอย่างไม่รู้สากับการกระทำอันผิดศีลธรรมตรงหน้า ซ้ำยังเดินไปจัดกล้องให้ได้เห็นเหยื่ออย่างชัดเจน ชายหนุ่มสามคนที่ได้ยินคำชี้แจงก็ส่งยิ้มให้กันอย่างรู้ความหมาย หนุ่มข้างซ้ายที่มีผิวขาวจัดจิกปากเหมือนคนถูกขัดใจก่อนจะเลื่อนไปแทนที่หนุ่มตัวเล็กซึ่งตอนนี้ปืนขึ้นมาอยู่บนตัวพร้อมกับรอยยิ้มหวานให้เขา
“เอาละ ถึงเวลาต้องบริหารปากกันแล้ว จงอิน”
“จัดไปอย่าให้เสียแพคฮยอน”
“ไม่!! ไม่เอา..อุ้บ..”
หนุ่มผิวแทนที่อยู่ฝั่งซ้ายกดปากบดกลีบนุ่มองเหยื่อทันทีที่ได้สัญญาณจากหนุ่มตัวเล็กสุด กวาดต้อนลิ้นน้อยๆให้จนตรอกจนน้ำใสไหลล้นมุมปาก ความรู้สึกเสียววาบแล่นเข้าใส่ร่างข้างใต้อย่างกับเป็นสายล่อฟ้า หัวนมสีหวานทั้งสองข้างถูกจับจ้องด้วยริมฝีปากของคนที่ชื่อจงอินและแพคฮยอน ฟันคมๆครูดไปตามเนื้ออ่อนจนขนลุกขนไปหมด ความกลัวแทรกซึมทุกรูขุมขนจนเหงื่อท่วมเขากรีดร้องอยากบ้าคลั่งเมื่อแก่นกายใหญ่ของอีกคนแหวกช่องทางเข้ามาทิ่มจนสุด
“อึก...ฮึก...ปล่อย....”
ความทรมานอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนกำลังรุมเร้าจากทุกทาง มันกระสันเหมือนถูกดึงให้สูงสุดปลายหอดาวน์ทาว สองคนที่ขนาบข้างกัดกินราวกับสัตว์จนปวดร้าวไปทั่วทุกผิวกาย ช่องทางที่ถูกกระทำชำเราฉีกขาดและเลือดซึมลงสู่เตียงนอนสีขาว ปากที่ร้องโหยหวนถูกบีบด้วยมือหนาให้มันเผยอออกเป็นช่องว่างรองรับแก่นกายร้อนผ่าวของจงอินที่ตนนี้กำลังกระแทกเข้าออกอย่างเมามันส์
“อือออ..ฮืออ”
มือบางได้แต่กรีดลงบนต้นขาของอีกฝ่ายจนเลือดซิบ จงอินรู้สึกหัวเสียจนต้องหาอะไรมามัดมือคู่นั้นแล้วสั่งให้คนที่เป็นผู้เปิดงานรีบๆเสียเพราะตอนนี้เขาอยากจะเข้าไปในตัวของเหยื่อเต็มทนแล้ว
เมื่อไม่อาจขัดขื่นก็ได้แต่นอนนิ่งหลับตาภาวนาให้ตนเองสลบไปเสียที แต่เหมือนยิ่งหลับตาสัมผัสทุกอย่างที่อยู่บนตัวยิ่งเด่นชัด แก่นกายใหญ่ที่กระแท่นเข้ามาในโพรงปากมันทิ่มลงจนถึงลำคอทำเอาเจ็บไปหมด แต่นั้นก็ไม่เท่าความรู้สึกปวดแสบที่ทางด้านหลังซึ่งตอนนี้เดาได้ไม่ยากว่ามันคงฉีกขาดและช้ำบวมจากการเสียดสีของอีกฝ่าย
“อ้า...”
“เร็วดิวะไอ้ฮุน”
เสียงเร่งไม่ได้มาจากคนที่ยึดปากบางอีกแล้ว มันมาจากหนุ่มที่ตัวเล็กที่สุดซึ่งตอนนี้ได้หันหน้าเข้ากับเซฮุนเพื่อจะจับแก่นกายของเหยื่อมารูดหลอมกับของตนให้หายซ่าน แพคฮยอนกุมแก่นกายทั้งสองเข้าด้วยกันแล้วรูดขึ้นลงในจังหวะของตัวเองเล่นเอาร่างบางข้างใต้เอนตัวตอบ ใบหน้าสวยแดงซ่านราวกับคนจับไข้เพราะการถูกปรนเปรอจากสามหนุ่มอย่างร้ายกาจ แรงกระแทกจากความเร่งรีบทำเอาร่างบางกระตุกขึ้นลงปลดปล่อยเสียงเมื่อปากเป็นอิสระ
“อ้า!! อ้า!! เจ็บ..พอ!! พอแล้ว...”
“ใกล้ยังวะไอ้ฮุน”
“อืมมมมม .... ใกล้ละ ใกล้ละ อย่า ...อึก...รีบดิ...วะ”
ขาที่เรี่ยวแรงขาหนึ่งถูกคว้าพาดบ่าแนบด้านหลังไปกับแผ่นอกเปลือยขาว ต้นขาอีกข้างถูกจับให้มั่นขยับตัวเองให้เข้าที่ยิ่งกว่าเดิมเป็นสัญญาณสั่งให้อีกสองคนที่เหลือต้องล่าถอยไปอยู่ข้างๆและรอดูฉากสุดท้ายที่ร่างบางจะถูกบรรเลง
“อึก!!! ฮึก...”
เขาได้กัดริมฝีปากแน่นเมื่อคนที่อยู่ในตัวโน้มตัวเข้ามาใกล้ ใบหน้าเรียวส่งยิ้มดูดีมาให้แต่ในยามนี้ผมกลับรู้สึกขยะแขยงมันเสียยิ่งกว่าไส้เดือน แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรร่างบางก็ต้องเงยหน้าอ้าปากผะงาบเพราะอีกฝ่ายรัวสะโพกใส่จนเหมือนถูกเหวี่ยง หน้าท้องท้องหดเกรงอย่างเสียวซ่านมือก็คว้าไหล่ของคนตรงหน้าจิกมันลงให้เทียบเท่ากับความรู้สึกประหลาดที่รัวเข้ามายิ่งกว่ากระสุนปืน
“อย่าปล่อยในนะโวย!!!”
ผลุด!
ชั่ววูบที่น้ำข้นของเขาแตกกระจายพุ่งออกมาอีกฝ่ายก็ปลดปล่อยเหมือนกัน ดีที่ว่าชายคนนั้นดึงกายออกมาขณะที่ปลดปล่อยไปพร้อมกันทำให้น้ำข้นของตนติดอยู่ในช่องนิดเดียวเพราะที่เหลือราดเป็นทางยาวออกจากช่องทางบวมเป่ง
“ชิ”
เซฮุนหัวเสียเล็กน้อยที่เสียงของจงอินมาขัดขว้างการปล่อยของตนทำให้เขาไม่ได้ปลดปล่อยจนสุด และนั้นก็เป็นเหตุให้เขาต้องมารูดลำน้องให้คายน้ำออกมาให้หมด
“อะ! ผมเสร็จแล้ว พวกพี่จะเอายังไง?”
คนผิวขาวนี่คงเป็นน้องของอีกสองคนที่เหลือหลังจากที่ลู่ฮานจับใจความ ดวงตาของเขาพร่ามั่วเกินกว่าจะจับใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัด สมองมันโปร่งโล่งเหมือนถูกคว้านออกไปจนสิ้น ดวงตาใสปรือจะหลับไม่อาจจับใจความในบทสนทนาของสามหนุ่มได้
แต่แล้วร่างบางก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อถูกดึงให้ลุกขึ้น
“เล่นอย่างนี้ดีกว่าไม่ได้เล่นมานานแล้ว”
อุปกรณ์ที่เป็นเชือกมีห่วงถูกสวมให้เหยื่อตัวอ่อน ห่วงเหล็กสองอันถูกวางไว้ให้ครอบจุกชมพูโดยสายหนังสีดำสองเส้นบนที่พาดไปด้านหลังเพื่อมัดเข้ากับขอมมือทั้งสองข้างอีกสองเส้นพาดลงมาเกาะกับสายใหญ่อีกตัวที่มัดรอบเอว และขาทั้งสองถูกแหวกให้กว้างจนไปกระทบกับแผลที่มีอยู่ แต่นั้นยังไม่สร้างความตื่นตระหนกได้เท่าสองร่างที่ขนาบเขาหน้าหลัง
พระเจ้า! ให้ผมตายเสียตรงนี้เถอะ!
“เริ่มเลยแพคฮยอน”
“อย่านะ! เดี๋ยว! พวกคุณจะทำอะไร อ้า!!!”
ไข่สั่นชมพูยัดเข้าไปยังกลีบชมพูก่อนที่มันจะถูกปรับให้เป็นระดับสั่นสูงสุดโดยคนที่ชอบแพคฮยอนตรงหน้าเขา
“อ้า อ้า ฮะ!”
แรงสั่นระดับสามคือการทำลายล้างขั้นทรมานสำหรับคนที่ไม่เคยได้ใช้มัน และความสุขก็ตกไปถึงผู้ที่ยัดมันเข้าไป เขาได้แต่กีดร้องและสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ ความรู้สึกมันแปลกๆจะว่าดีก็ไม่ใช่จะว่าร้ายก็ไม่เชิง ได้แต่สะบัดหัวไล่ความรู้สึกที่ปนเปให้ออกไป แต่ไม่ทันไรนรกขุมที่สองก็สวนเข้ามาจนต้องวีดร้อง
“ฮ้า!!!!”
เสียงหัวเราะจากด้านหลังนั้นบ่งบอกได้ดีว่าสนุกแค่ไหนที่ได้กระแทกกระทั้นเข้ามาจนตัวเขาโยไปด้านหน้า ต่างจากเขาที่เหมือนมันจะตายเสียให้ได้ ของที่มันสั่นอยู่ข้างในถูกดันลึกเรื่อยๆจนจุก หัวนมสองข้างถูกบีบขยี้ด้วยสองมือของคนข้างหน้า
ทรมานจนอยากจะสลบไปให้รู้แล้วรู้รอด
ตัวอ่อนโยเหมือนขี้ผึ้งล่นไฟยามถูกกระตุ้นตรงจุด
เจ็บภายในช่องทางเพราะการเสียดสี
แต่มันก็ชาเสียจนจะไม่รู้สึก
“ฮะ!!”
เขารับรู้ได้ถึงการกระแทกจนสุดในสองครั้งก่อนจะวูบโหวงราวกับแก่นกายร้อนหายไป แม้จะเหลือแค่อุปกรณ์เล็กๆที่สั่นไหวข้างในมันก็อดจะดีใจไม่ได้
จบเสียที
หากแต่เขาคิดผิด ไม่ทันจะได้หายใจโล่งต้นขาเล็กถูกจับแยกโดยหนุ่มที่ตัวเล็กที่สุดและต้องสะดุ้งเพราะมีสองนิ้วแทรกผ่านกลีบช้ำ เขาพยายามดิ้นแต่ถูกคนตรงหน้าล็อคไว้ได้แต่ซบหน้าลงกับไหล่อีกฝ่ายอย่างเสียวซ่าน เขารับรู้ได้ทุกสัมผัสจากสิงนิ้วนั้น มันไล่วนอยู่ในช่องทางจนโดยจุดกระสันให้เขากระตุก ยิ่งกระตุกเท่าไรนิ้วนั้นยิ่งย้ำลงหนักจนต้องแหงนหน้าครางวิว หลายครั้งที่ถูกจูบเม้มจนบวมช้ำจากใครบางคนที่เสร็จไปก่อนหน้านั้น
แต่ภาพมันเลือนรางเหลือเกิน
“คราวนี้ของจริงแล้วนะคนสวย”
ของที่อยู่ข้างในถูกดึงออกอย่างแรงแทนที่ด้วยบางอย่างที่เขย่าขวัญมากกว่า
เหงื่อกาฬผุดขึ้นมาอีกรอบเพราะถูกจับให้นั่งตัวตรงโดยคนผิวขาวและรับแก่นกายที่ร้อนระอุของชายตรงหน้า เขาเกร็งตัวไว้แน่นอย่างหวาดกลัวจนทำให้อีกฝ่ายหน้าเบ้ และเหมือนแพคฮยอนรู้สึกหงุดหงิดจับสะโพกกลมกดลงสุดแรงไม่แคร์ว่าช่อทางนั้นจะฉีกขาดเพิ่ม
“อ๊ากกกกกกกกกก”
เขาจิกเล็บไปที่หลังมือของคนที่จับไว้แน่นระบายความเจ็บแสบที่เต้นตุบอยู่ทางด้านหลังสุดแรงหลับตาปี้ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น ก้มหน้าร้องระงมสะบัดหัวแรงๆอย่างสุดกลั้น
“จงอิน เข้ามาสิ”
สิ้นคำคนถูกเรียกกระตุกมุมปากก่อนจะตะปบเข้าที่แก้มก้นสวยสะกิดเส้นประสาทให้เขาขนลุกซู่ไปทั่ว ร่างของเขาราวกับถูกฉีกเป็นชิ้นๆเมื่อแก่นกายร้อนอีกอันค่อยๆดันแทรกเข้ามา เขาได้แต่เบิกตากว้างเงยหน้าอ้าปากพะงาบ
จุกจนพูดไม่ออก
ขาที่ถูกจับให้มั่นสั่นยิกกล้ามเนื้อทุกอย่างบิดตัวเกร็ง เมื่อเขาขบริมฝีปากจู่ๆคนที่ไม่ได้มีส่วนรวมก็เข้ามาประกบส่งลิ้มมานัวเนียแต่ก็ยากที่จะเคลิ้มในเมื่อช่วงล่างยังคงรักศึกหนัก สะโพกกลมถูกบังคับให้รูดแก่นร้อนสองอันอย่างไม่สนใจว่าตอนนี้มันจะบวมเป่งเพียงใด ไม่มีใครสนใจว่าเขากำลังจะขาดใจหากไม่ติดที่มีลิ้นอีกคนมาไล่ต้อนเขาคงจะกัดลิ้นตัวเองไปแล้ว
เสียงหัวเราะของทั้งสองมันดังเคล้ากับเสียงเนื้อที่กระทบกันอย่างน่าอาย สองคนที่ซูดปากอย่างสนุกกับอีกคนที่กำลังจะตายอยู่รอมร่อ ตุ่มไต่สองอันชูชันล่อนิ้วมือเรียวให้เข้ามาหยอกล้อ แก่นกายเล็กๆที่สั่นไหวและปริ่มน้ำถูกมือข้างหนึ่งของคนด้านหลังรังแกอย่างกับคือของเล่นที่เหมาะมือ ส่วนคนผิวขาวก็ไล่ปล้ำจูบและขบตามคอไหล่จนเป็นจ้ำๆ
ร่างกายของเขาที่สะท้อนอยู่ในเลนส์กล้องกลายเป็นตุ๊กตาแสนสวยที่ถูกหนุ่มหล่อรุมรัก
“ใกล้แล้วนะ”
“เหมือน...กัน”
มือคนละข้างของทั้งสองคนทำงานราวกับเป็นมือจากคนๆเดียว บีบจิกสะโพกกลมกลึงนั้นให้มั่นแล้วกดลงจนมิดทั้งสองด้าม วินาทีเดียวกับที่ท้องน้อยของตุ๊กตาตัวสวยบิด มวลสารต่างๆไหลทะลักออกจากปลายด้ามเล็กกระฉูดเปื้อนหน้าท้องสวยของคนด้านหน้า แต่ของร้อนจากสองด้ามพากันพุ่งเข้าผนังอ่อนที่เต้นรับ ค้างไว้จนมันหมดน้ำแล้วผลักร่างตุ๊กตาตัวสวยอย่างไม่ไยดี
กลายเป็นตุ๊กตาที่หมดความต้องการ
เขาหลับตาลงและภาวนาให้มันจบลงแค่เพียงเท่านี้
“ถ่ายรูปกันหน่อยสิหนุ่มๆ เจอคนสวยๆทั้งที”
สุดท้ายเขาก็ไม่อาจจะทนต่อได้
สติวูบดับลงหลังจากได้ยินประโยคนั้นพอดี
“กริ๊ดดดดดดดดด”
รูปภาพเปลือยร่างที่เห็นใบหน้าของเขาชัดเจนถูกแปะไว้ทั่วห้อง ยิ่งขนาดของมันคือกระดาษ A2 ยิ่งทำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เขากรีดร้องราวกับคนบ้าเมื่อจู่ๆฉากการร่วมรักแบบเร่าร้อนนั้นฉายขึ้นโทรศัพท์ 29 นิ้ว เสียงและภาพชัดเจนเพราะโฮมเทียเตอร์สุดหรูที่เจ้าของห้องชอบ เขากรีดร้องแข่งกับคนในจอราวกับคนเสียสติ เขาวีดร้องจนลืมความเจ็บทางร่างกายและหมดสติไปอีกครั้ง
จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเจอหมอจงแด หมอเดินเข้ามาถามเพียงคำถามเดียว “คุณเชื่อในความรักมั้ย?” ชายหน้าหวานในชุดผู้ป่วยหันไปตอบหมอว่า “ผมศรัทธา แต่ผมไม่เชื่อ” จากนั้นหมอบอกว่าเขากลายเป็นคนบ้าไปเกือบปี แต่ตอนนี้เขากลับมาเป็นปกติแล้ว และในทุกๆวันคุณหมอจงแดจะมาหาเขาตลอดวัดปฏิกิริยาวัดความคิดความอ่านและวัดอารมณ์ จากนั้นไม่นานคุณหมอก็มาพร้อมกับใครอีกคน
คนที่เคยบอกกับเขาว่า “ผมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ”
ชายคนนั้นเดินเข้ามาหา นั่งลงตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่น กุมมือเล็กไว้ในอุ้งมือใหญ่และเอ่ยประโยคที่ไม่ต่างจากเดิม
“ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นให้นาย”
ᵜᵜᵜᵜᵜᵜᵜᵜᵜᵜ
ดวงตากลมโตจับจ้องแผ่นหลังของผู้ชายที่เคยให้คำสัญญาแก่ตนด้วยแผนการอันหลากหลาย แผ่นหลังนั้นลู่ลงเหมือนคิดไม่ตก ซึ่งมีเพียงสองเรื่องเท่านั้นที่จะทำให้ชายคนนี้ดูอ่อนแอลงได้ คือ ครอบครัว และเขา ลู่ฮานมั่นใจแบบนั้น
“ทำไมมาอยู่นี้ชานยุล” เขาเลือกจะนั่งลงข้าง ๆ พร้อมกับลูบผ่าไปที่ไหล่หนานั้น
“ลู่ฮาน นายมาได้ยังไง นายไม่ได้กลับจีนหรอ” ไม่รู้ว่าเพราะเหล้าหรือเพราะเรื่องอื่นทำให้ตอนนี้ชานยุลดูจะไม่มีความใส่ใจลู่ฮานเหมือนเก่า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ลู่ฮานต้องคิดมากนิ ยังไงซะแค่เขายิ้งอีกฝ่ายก็โอนอ่อนเป็นหญ้าลู่ลมอยู่แล้ว
“ถ้าฉันไปจีนคงไม่เห็นนายก่งเหล้าอยู่นี้หรอก ปัญหาอะไรกันนะที่ทำให้บอสชานคิดไม่ตกแบบนี้” ใบหน้าสวยและวาวตาใสมองอีกฝ่ายอย่างขับขัน มือเล็กหยิบจับแอลกอฮอล์ตรงหน้ามาชงอย่างรู้งานแล้วยื่นให้คนที่ต้องการเมา
“ชานยอลไม่ยอมกลับมาจนกว่าฉันจะคืนแพคฮยอนให้พวกนั้นไป และต้องคืนภายในพรุ่งนี้ด้วย ฉันไม่อยากแพ้เพราะถ้าเกมนี้เราชนะคือจบ แต่ชานยอลก็สำคัญเกินกว่าจะเสี่ยง” ลู่ฮานมองใบหน้ากลุ้มนั้นอย่างเห็นใจ แต่ในเมื่อมันเป็นวิกฤตก็น่าจะเปลี่ยนเป็นโอกาสได้เช่นกัน ใบหน้าหวานยกยิ้มขึ้นเมื่อเขานึกบางอย่างขึ้น
“ส่งคืนไปเลยก็ได้นิชานยุล ถึงเกมนี้เราจะไม่ชนะ แต่เราก็ไม่ได้แพ้ซะราบคาบเสียหน่อย” มือเล็กลงบนไหล่หนาแล้วยื่นใบหน้าเขาไปวางลงบนหลังมือตนที่วางบนไหล่อีกฝ่าย และนั้นทำให้ใบหน้าพวกเขาเข้าใกล้กันอีก
“หมายความว่ายังไง” ตอนนี้ชานยุลแทบจะไม่หลงเหลือความหยั่งคิดให้รู้สึกสำนึก นั้นคือจุดอ่อนที่ลู่ฮานสังเกตมาได้ ซึ่งมันง่ายเหลือเกินที่จะจูงไปซ้ายหรือขวา
“ก็หมายความว่า เขาบอกให้คืนแพคฮยอน แต่ไม่ได้เขียนว่า คืนในสภาพแบบไหนนิ” ลมหายใจร้อนรดใบหน้าคมเหมือนต้องการยั่วยวน แต่มันกลับกลายต้องเป็นน้ำผึ้งเมื่อชานยุลเปิดทางให้แผนดี ๆ ของลู่ฮานได้เอาออกมาปฏิบัติ
“ยังไง”
“ก็....ทำ อย่างที่มันทำกับฉันยังไงละ”
“..........”
“จำได้ไหมชานยุล นายเคยบอกว่าจะทำเพื่อฉันทุกอย่าง...”
“....”
“ได้ไหมชาน....เพื่อลู่นะ แล้วจะไม่ขออะไรอีกเลย”
“...อืม...”
“อีกแก้วนะ เดี๋ยวลู่เทให้” มือบางยื่นแก้วใสที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตของตนให้กับอีกฝ่ายที่เริ่มกริ่ม ลูกกระเดือกที่ขับตามแรงกลืนของร่างยิ่งทำให้ลู่ฮานหยุดยิ้มไม่ได้ และยิ่งอารมณ์ดีเมื่อแก้วใบนั้นไม่เหลือน้ำแม้แต่หยด ร่างสูงละจากเคาน์เตอร์เพื่อไปเตรียมรถกลับบ้าน โดยเบื้องหลังมีลู่ฮานยกมือขึ้นส่งจูบให้อย่างอารมณ์ดี
จากวันนั้นถึงวันนี้เขารู้สึกขอบคุณชายคนนั้นมาก คนที่ยอมเป็นหมากในเกมไร้มนุษยธรรมครั้งนี้ขอบคุณนายจริงๆนะ
ชานยุล
“หึหึ”
ชานยุลผู้ชายที่โง่ที่สุดแห่งปี
“ขอบคุณที่รักฉันนะ ปาร์ค ชานยุล”
ในค่ำคืนที่เงียบสงบมีเพียงสายลมและเสียงกล่อมจากผืนบ้าน ผู้เป็นนายหญิงของบ้านกลับรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องสามีพาลนอนไม่หลับจึงได้เดินทอดน่องไปทั่วบ้าน จนมาพบกับห้องห้องหนึ่งที่มีเครื่องดนตรีตั้งตระง่าอยู่กลางห้อง ริมฝีปากบางยกยิ้มยามเมื่อได้ลูบไล้สัมผัสเนื้อแข็งที่เย็นของมันคล้ายตกอยู่ในความฝัน เขาเดินไปนั่งลงตรงที่เก้าอี้ถูกจัดไว้ วางมือเรียวลงตรงแป้นอย่างตื่นเต้นก่อนจะค่อยๆเปิดฝาครอบขึ้น
ลากนิ้วเรียวไปกับคีย์ตรงหน้าอย่าแผ่วเบาก่อนจะเริ่มไล้เสียง กดยิ้มกว้างทุกครั้งที่นิ้วเรียวจิ้มลงแล้วเกิดเสียงทำให้นึกย้อนไปถึงวัยเด็กที่มีความอยากรู้อยากเรียนเปี่ยมล้น ทดสอบเสียงพอเป็นพิธีก่อนจะค่อยๆกรอกตาขึ้นแล้วปรือตานึกไปถึงโน้ตสักเพราะที่พอจะนึกออก
แม้ในความทรงจำเกี่ยวกับเครื่องดนตรีชนิดนี้จะเลือนลางแต่เมื่อค่อยๆประติดประต่อมันก็ออกมาเป็นท่วงทำนองที่พอจะฟังรื่นหู ในค่ำคืนที่ดวงจันทร์สวยเคล้าไปกับเสียงเปียโนหวานๆ หวังจะขับกล่อมให้ก้อนเนื้อน้อยๆที่อยู่ในท้องจะได้ถูกขับกล่อมจิตใจให้อ่อนหวานเหมือนท่วงทำนองด้วย
และทุกเสียงที่ถูกขับออกมาก็ซึมเข้าสู่ประสาทสัมผัสของเจ้าบ้านเช่นกัน
แต่มันกลับไปซึมเข้าหัวใจเลยแม้แต่น้อย
“เล่นเป็นด้วยหรอ?”
เฮือก!!!
คนนั่งหน้าเปียโนถึงกับสะดุ้งเฮือก แพคฮยอนหันไปทางประตูทันทีโดยสัญชาตญาณ ปากบางคลี่ยิ้มอย่างสุดความสามารถตามหน้าที่เมีย แต่คนเห็นกลับรู้สึกหงุดหงิดจนต้องรีบออกคำสั่งแล้วหันหลังเดินหนี โดยไม่รักษาความรู้สึกของภรรยาคนงามเลยแม้แต่เสี้ยว แพคฮยอนค่อยๆเอือมดึงฝาครอบเปียโนลงในขณะที่รอยยิ้มก็ค่อยๆลดลงเป็นเส้นตรง
แผละ!
หยดน้ำใสร่วงจากหน้าต่างของหัวใจเพราะความเต็มตื้นที่ไม่อาจกลั้น จำใจลุกเดินตามที่สามีสั่ง
ปัง!
คนตัวเล็กสะดุ้งโยงจากเสียงปิดประตูที่ร่างสูงอัดความกริ้วกราดลงไปเต็มที่ ชานยุลผลักแพคฮยอนให้ก้าวต่อไปในใจกลางห้องทั้งๆที่คนตัวเล็กพยายามยื้อเต็มที่สุดท้ายชายหนุ่มที่อารมณ์กรุ่นอยู่แล้วก็ฉุดแตกผลักภรรยาลงไปสุดแรงจนล้มลงไปตรงหน้าของใครคนหนึ่งที่นั่งรออยู่
ใครคนนั้นที่แพคฮยอนรู้สึกระแวง
“ฮึก..”
“ร้องไห้ทำไม...”
ร่างบางเริ่มสะอึนจากแรงกดดันที่มาจากทั้งคนที่ยืนด้านหลังและคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่กลายเป็นพวกเซนซิทีฟอ่อนไหวง่ายจนไม่อาจทัดความรู้สึกที่ทั้งสองคนระบายออกมา คนตัวเล็กก้มหน้าพยายามเม้มปากกลั้นแต่มันก็ตันตื้นเหลือเกินที่จะหักห้ามความรู้สึกหวาดกลัวได้
“ฮึก...”
“ฉันถามว่าร้องทำไม!!!”
สิ้นความอดทนคนที่นั่งอยู่ถลาตัวลงมาพร้อมกับยื่นฝ่ามือเข้ามากำรอบลำคอระหงส์
“ฮึก...ฮึก...”
“ร้องไห้ทำไมแพคฮยอน!!!”
ร่างบางถูกเขย่าหัวสั่นหัวคลอนด้วยอารมณ์ของคนกระทำที่กระพือโหม มือที่บีบรัดนั้นไม่ได้มีความปราณีเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยแดงกำสำลักอากาศและน้ำตาเอาเป็นเอาตายแข่งกับใบหน้าหอบโมโหของอีกคน โดยที่ผู้เป็นสามีทำเพียงแค่ยืนมองด้วยสายตานิ่งเฉย
จนเหมือนว่าคนในกำมือบางนั้นคล้ายจะตาย
....ช่วยด้วย...
ทั้งผลักทั้งดัน แงะแกะมือของอีกฝ่ายอย่างเอาเป็นเอาตาย จิกเล็บลงบนข้อแขนสุดแรงที่จะทำได้
ตุบ!
คนถูกผลักล้มลงกับพื้นหน้าเหยเพราะความเจ็บ แต่คนที่บีบคอเขาจะตายร้องอย่างหงุดหงิดเพราะความเจ็บที่ข้อมือ ตาหวานตวัดมองคนที่อยู่บนพื้นอย่างขัดแค้น หมายจะเข้าไปตบใบหน้างามๆนั้นสักที แต่ต้องก้าวชะงักก่อนจะแสยะยิ้มที่ทำเอาแพคฮยอนเสียวหลังวาบ
“ชานยุล...”
“ข่มขื่นมัน..”
!!
คนฟังถึงกับเบิกตากว้างหะนมองสามีด้วยดวงตาระริก ยิ่งร่างสูงย่างสามขุมเข้ามาก็ยิ่งทำหัวใจดวงน้อยเจ็บปวด ร่างบางถดตัวหนีช่างๆพร้อมกับส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตาด้วยสายตาตัดเพ้อ เหตุใดเล่าไม่สงสารกันเลยหรืออย่างไร
“มะ.ไม่! ...ไม่เอานะ”
ร่างบางถูกรวบเข้าสู่อ้อมกอดสามีตีทะเบียนเป็นจังหวะเดียวที่ความกลัวโถมเข้าหา ร่างบางวีดลั่นอย่างหวาดกลัวต่อต้านทุกการเกาะกุมสร้างความพึงพอใจในดวงตาหวานได้อย่างมาก
“ชู่...นิ่งๆ”
คุณสามีที่ได้รับรู้บางอย่างมาก็คล้ายจะไม่อยากทำร้ายภรรยาของตนเท่าไรพยายามที่จะขับกล่อมให้คนที่ดิ้นอยู่ให้สงบด้วยน้ำเสียงเบาที่สุด เนื่องจากความสำคัญของทั้งสองคนมันร่วนในใจของชายหนุ่มร่างสูงทำให้เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ใครกันที่มีอิทธิพลกับใจตน
แต่กระนั้นเขาก็เลือกที่จะเอนไปทางลู่ฮานมากกว่า
“ฮึก...เจ็บ..”
สิ่งที่ทำให้เจ็บจนอยากจะขาดใจไม่ใช่การถูกย่ำยีร่างกาย
ที่เจ็บอยู่ตอนนี้คือ หัวใจ
กางเกงตัวสวยถูกดึงลงมากองที่เข่าพร้อมกับชั้นใน ชายหนุ่มจูมโจมริมฝีปากอย่างรวดเร็วเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะร้องออกมา เขารูดซิบกางเกงลงอย่างเร่งรีบ รูดรั้งแก่นกายของตนสองสามทีก่อนจะนำไปจ่อที่ปากทางของภรรยา แพคฮยอนรับรู้ได้ถึงมันทันทีและเขาพยายามดิ้น
ถึงมันจะไม่มีประโยชน์แต่ครั้งนี้แพคฮยอนจะไม่ยอม
ตั้งแต่ต้นจนจบในสายตาของคนมองอยู่ช่างสุขล้น เพราะสีหน้าของคนถูกกระทำนั้นแสดงออกว่าเจ็บปวดได้สมจริงสมจัง แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อร่างนั้นเกรงกระตุกและเป็นชานยุลที่แผดเสียงลั่นปลุกคนทั้งบ้าน
TIMETALK
เราเดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว
ขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันนะคะ
จุบ จุบ ♥
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น