บทต้องห้าม ♥
เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดอ้อนว้อนจนแบคฮยอนต้องชะงัก
เขาเงยหน้าขึ้นจากขนมหวานเคลื่อนตัวขึ้นมาประจันหน้า
แก้มใสที่เกิดริ้วแดงทำเขาอยากจะแกล้ง อยากจะทำยังไงก็ได้ให้ดวงตาใสนี่วูบไหว
อยากเห็นอีกฝ่ายคลั่ง ปากเอิบอิ่มนั้นมันแดงจัดเหมือนผลสตอเบอรี่เผยออกเหมือนกับคำท้าทายให้เขาตบะแตก
และเขาเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรจนก้มลงไปเม้มมันอยากอ่อยอิงแล้วขึ้นมาจ้องอีกฝ่ายใช้นิ้วมือปาดน้ำตาออกจากแก้มนิ่ม
“อย่าเสียใจไปเลย
นิ่งซะจะได้ไม่เจ็บตัวเหมือนเมื่อคืน”
สิ้นคำทิ่มใจมันทำให้ชานยอลรู้เลยว่าหมดแล้วซึ่งศักดิ์ศรีที่เขาแบกไว้
ความบริสุทธิ์ของเขาถูกพรากไปโดยที่เขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนได้มั้ยไป
มือไม้มันพาลอ่อนลงอย่างจำยอม หัวใจปวดหนึบจนเหมือนมันจะขาด
ความรู้สึกหน่วงตีกันให้วุ่นกับสัมผัสร้อนที่ฝ่ามือหยาบ
“ฮึก ...
ปล่อยผมนะ...อือ”
เสียงมันแผ่วเบาเหมือนไม่สามารถลอดออกจากช่องคอปนมากับเสียงครางอือที่เกิดขึ้นเพราะถูกเค้นคลึง
เสื้อผ้าถูกถอดออกเมื่อสมองขาวโผนยามที่ปากเล็กนั้นบดเบียดใส่
การปลดตะขอที่ชำชองทำให้ทั้งสองเปลือยเปล่าโดยไม่รู้ตัว
มารู้สึกอีกทีก็เมื่อทุกอย่างอยู่ในท่าเตรียมพร้อม
“...อะ...ไม่นะ!...อย่าท..”
ชานยอลได้แต่กร่อนด่าตัวเองในใจว่า
ง่าย เพียงแค่เขาจูบเขาลูบ เขา คลำ
ร่างกายก็ตอบสนองจนสมองเบลอคล้อยตามเหมือนลูกแมวเชื่อง และคงไม่พ้นอีกคำคือ
ร่าน
มือป้อมยกขึ้นมาดันแผงอกร้อนนั้นไว้เมื่อจิตใต้สมนึกมันกำลังตีเข้าที่หน้าอย่างจัง ลมหายใจร้อนของอีกคนรดลงมาคลอเคลียที่ใบหน้าและลำคอจนหัวเริ่มสูบฉีดแรง
พิศวาสกำลังตีกันให้ท้องไส้ปั่นป่วน
เหมือนกับว่ามีตัวเดวิลกับแองเจิลกำลังทะเลาะกับในหัวทำให้เขาประหม่า
“ยังไงนายก็ไม่ได้บริสุทธิ์เหมือนเดิมอย่าทำให้ฉันหงุดหงิด”
“แต่..อ่ะ”
เมื่อเพลงที่กำลังบรรเลงถูกหยุดทำให้คนที่เป็นผู้ประพันธ์หงุดหงิด
แบคฮยอนกระชิบข้างหูของคนที่ลังเลก่อนจะขบมันเบาๆแรงความเสียวซ่านให้อีกฝ่ายร้องครางหวิว
จากนั้นเขาไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีเวลาถกเถียงกับตัวเอง
เขาตะครุบเข้าที่ยอลน้อยลูบมันเบาๆเหมือนกับลูบหัวแมวก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นการกำรูดเมื่อมันเริ่มออกอาการสู้มือ
“..อ่ะ..คุณ...แบ...ค..”
ชานยอลแทบจะลืมการประมวลเมื่อเขาถูกปลุกเร้า
ความร้อนรุ่มรุมเร้าจนต้องสะบัดหัวคลายความซ่านที่ตีมวลอยู่ท้องน้อย
มันเหมือนอีกฝ่ายกำลังจะปลุกสัตว์ที่อยู่ในตัวของเขาออกมาอาละวาด
มือป้อมกำทึ่งผ้าปูจนมันแทบจะหลุดออกจากเตียง สะโพกบางเอนเข้าหามือที่กำรูดจนลอยสูงเป็นจังหวะให้แบคฮยอนหยิบหมอนสอดเข้าใต้สะโพก
ยิ่งร่างบางตอบสนองเท่าไร
เขายิ่งยิ้มกว้าง
“...คุ..แบ..ค...”
“เรียกว่าป๋ายสิ”
“..ฮือ...อ่ะ...ฮ้า..”
“ป๋าป๋าย”
เรียกสิ เด็กดี
“ปะ...ป๋า...ป๋าย..อ่ะ...ฮะ.”
ยิ่งไม่มีสติเท่าไร หัวใจของซาตานตัวร้ายก็ยิ่งพองโต
“ใกล้...กะ..ใกล้....จะ..”
เมื่อสัญญาณจากปากแดงบอกมาอย่างนั้น
มือหนาก็คว้ากระป๋องเจลที่เตรียมไว้เดาะฝาออกแล้วใช้ชี้กลางนางจุมลงไปในของเหลวข้น
ใช้จังหวะที่พอเหมาะดันนิ้วชี้เข้าไปก่อนเพื่อให้อีกฝ่ายได้รับการเตรียมที่ละนิด
เขาใช้ช่วงเวลาที่ชานยอลกำลังถูกส่งขึ้นไปสู่ห้วงอากาศแทรกนิ้วเข้าไปจนครบ
เหลือมองยอลน้อยที่ปริ่มน้ำแล้วค่อยๆรูดมันพร้อมกับการชักเข้าชักออกคำนวณเวลาที่อีกฝ่ายแตะเส้นรุ้งแล้วถูกเหวี่ยงลงมาให้พอเหมาะกับการรองรับความสุขจากเขา
“อ้า...ฮะ!..เจ็บ!”
ทันทีที่ได้รับความสุขความจนตัวเบาหวิวความร้อนระอุก็แทรกเข้ามามอบความเจ็บและจุกทันที
“อ...อึก..”
ชานยอลเบิกตากว้างอ้าปากค้างในอากาศเมื่อความแสบสันวิ่งเข้าไขสันหลัง
น้ำตาเม็ดใหญ่หยดแม๊บลงกับหมอนก่อนจะเม้มปากสูดลมหายใจเข้าหนักๆขับไล่ความเจ็บที่อยู่ด้านล่าง
เจ็บ? งั้นหรอ?
ดวงตาใสเบิกกว้างขึ้นเมื่อรับรู้ซึ่งความจริง
เขาก้มหน้ามาหาคนที่ยัดเหยียดมลทินให้เขา
แววตาเรียวคู่นั้นฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างไม่ปิดบังจนเขารู้สึกเหมือนกินยาขมในแก้วที่มีกลิ่นหวาน
“คุณ...ฮึก...หลอกผม”
ราวกับว่าความรู้สึกดีที่เคยมีให้คนตรงหน้าหายไปหมดเหลือเพียงความผิดหวัง
มือป้อมระดมทุบและผลักอีกฝ่ายออกพยายามปกป้องความบริสุทธิ์ของตัวเองที่แม้จะเหลือเพียงเสี้ยว
แต่ยิ่งขัดขืนก็เหมือนเชื้อไฟทำให้แบคฮยอนกรุ่น
มือถูกรวบอีกครั้งพร้อมกับใบหน้าของอีกฝ่ายที่ยื่นเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดกันทำให้เห็นแววตาของสัตว์กินเนื้อชัดเจนในดวงตา
แบคฮยอนแสยะยิ้มให้กับลูกแกะตัวสูงก่อนจะเลื่อนไปขบใบหูเบาๆเย้าให้อีกฝ่ายอ่อนระทวยก่อนจะกระซิบคำร้ายกาจด้วยเสียงสั่น
“นายโง่เองนิ...หึหึ”
ชานยอลอยากตะโกนออกไปเหลือเกินว่าเขาไม่ได้โง่
เพียงแต่อีกฝ่ายต่างหากที่ไร้หัวใจ แต่ก็ทำได้แค่คิดเพราะตอนนี้แค่หายใจเอาอากาศยังลำบาก
สะโพกขาวถูกบีบจนเป็นรอยแดงไห่ปลาร้าและไหล่บางถูกกัดเพราะความหมันเขี้ยวที่ไร้เดียงสาของเจ้าของเอง
การปลุกปั่นอารมณ์กามให้เด็กน้อยเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว
ยอลน้อยที่ตอนนี้แข็งสู้มือกำลังทำให้เจ้าตัวโย่งอับอาย
แรงสวาทที่ลุกฮือดึงความสนใจจากกลีบเนื้อให้คล้ายตัว และเข้าทางของแบคฮยอน
“อืม...อ้า...อ่ะ...อือ...อือ..”
มือเรียวจบสะโพกให้มั่นแล้วออกตัวโยนอย่างเอาแต่ใจเพราะเขาก็ต้องการแตะรุ้ง
แต่เขาก็ยังมีเมตตาพายอลน้อยไปด้วยจนชานยอลดิ้นพล่านจากความกระสัน
มือป้อมที่ค่อยทุบตีตอนนี้ถูกยกขึ้นมาปิดเสียงหน้าอายที่มันหลุดจากปาก
แม้ปลายร้อนจะกระทุ้งถูกจุดอ่อนไหวจนเขาสะดุ้งเสียวแต่น้ำตาก็ยังคงไหลออกมาไม่ขาดเหมือนเขื่อนแตก
เมื่อเห็นว่าขาดเสียงคนร้องในการบรรเลงเพลงครั้งนี้แบคฮยอนก็หลุดชะงักปล่อยให้ยอลน้อยอยู่ในความเคว้งคว้างค้างติงสร้างความอึดอัดให้ชานยอลจนสะอึก
แม้ว่าเขาเองก็ค้างแต่ความอยากแกล้งดันมากกว่า
เขาดึงมืออีกฝ่ายที่ปิดปากอยู่ออกฉุดอีกฝ่ายให้วืดจากหมอนขึ้นมาโงนเงนให้อากาศ
“ชานยอล..”
“..ฮึก...”
“อึดอัดมั้ย”
ทั้งๆที่รู้เขาก็ยังถามอีกฝ่ายที่กำลังเขินสุดตัวจนได้สายตาดัดเพ้อกลับมาอย่างน่ารัก
มันทำให้เขาดึงอีกฝ่ายเข้ามาฟัดแก้มป่องๆนั้นข้างละที
แบคฮยอนน้อยคอยก่อนนะลูก
ป๋าขอแกล้งเด็กน้อยตัวโย่งก่อน
“ขยับหน่อยสิ..”
เสียงทุ้มแหบกำลังอ้อนขอให้เด็กน้อยตรงหน้าซุกไซกลืนกินแก่นกายตนอย่างไม่อาย
ก่อนจะจูบที่ปากแดงช่ำนั้นอย่างออดอ้อน แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบสนองเขาก็ใช้ตัวเร่งคือยอลน้อยเป็นแผงควบคุม
บีบนวลให้อีกฝ่ายตกสู่หลุมกามที่วางไว้ และเมื่อมันกำลังเอ่อล้นจนปลายคายน้ำ
เขาบีบมันไว้ไม่ให้ได้ปลดปล่อย สร้างความทรมานอย่างมากมายให้แก่เด็กน้อย
“ขยับหน่อยสิ...”
คำสั่งเดิมเริ่มมีผลกับใบหน้าให้แดงเห่อแต่ทุกอย่างก็ยังนิ่ง
ชานยอลจิกหัวเข่าตัวเองจนเกร็งเครียด
“...ใจ..ร้าย..ฮึก..”
ชานยอลเอ่ยอย่างลำบากก่อนที่จะแสดงสีหน้าของเด็กถูกขัดใจเหมือนตนเองอยู่ในวัย
7 ขวบ
“นะ...ทำให้ฉัน...แล้วฉันจะปล่อยนายไป”
สุดท้ายแล้วเมื่อถูกบีบเข้ามากๆในขณะที่สมองกำลังเบลอ
มือป้อมก็ค่อยๆยกขึ้นมาคล่องลำคอขออีกฝ่ายแล้วโน้มตัวเอาคางเกยบ่าซุกหน้าเข้ากับไหล่ปิดใบหน้าแดงซ่าน
“ผม..ฮึก...เก..ลียด..คุณ..ฮ่ะ..อ้า”
ปากที่เอ่ยคำตัดเพ้อตรงข้ามกับการเคลื่อนสะโพกเข้าหา
ช่องทางเล็กกลืนกินกายร้อนอย่างช้าๆจนแบคฮยอนอดไม่ได้ที่จะซูดปาก
ความรู้สึกเหมือนลูกโป่งถูกสูบลมเข้าจนพองโตและลอยขึ้นไปบนอากาศยังไม่เทียบเท่าเวลาที่กายเขาถูกบีบด้วยช่องทางร้อน
ของร้อนสองอย่างที่แตกต่างกำลังก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าที่เรียกว่าแรงพิศวาสโดยมีผู้ขับเคลื่อนคือ
เด็กน้อยชานยอล
“เรียก
ป๋าป๋ายสิ...ซ..อาส์..น้อ..งยอล..เรียกสิครับ”
เวลานี้ชานยอลผู้ใสซื่อพ่ายแพ้แก่แมวยั่วที่ชื่อน้องยอลไปเรียบร้อย
และนางแมวในร่างชานยอลก็กำลังปั่นกระแสเสียวให้เจ้านายจนหน้าท้องหดเกร็ง
ทั้งยังเสียงอืออึ้งที่ค่อยร้องข้างหูมันยิ่งปลุกให้เสืออย่างเขาต้องครางหืม สะโพกที่บังคับได้แค่ไปข้างหน้าข้างหลังตอนนี้เริ่มจะรู้จุดแห่งความสุขหมุนควงและส่ายไปมาจนป๋าแทบจะหยุดลมหายใจ
“ป๋า...ป๋าป๋าย...ยอล..ยอล...”
โอ๊ะ!
คิดไม่ผิดที่เก็บไว้เล่น
“ครับ...ครับ...รู้แล้ว”
แบคฮยอนยิ้มหล่อให้แต่อีกฝ่ายที่คุ้มเกมไม่ไหวเพราะเขาเผลอปล่อยมือให้อีกฝ่ายได้ปลดปล่อย
เป็นผลให้แมวน้อยอ่อนเปลี้ยสีตากับไหล่เขาอย่างเหนื่อยล้า
แต่เขายังค้างอยู่นี่สิ!
“น้องยอล...ป๋ายังไม่เสร็จเลยนะ”
ตอนนี้ชานยอลไม่พร้อมที่จะต่อต้านใดๆทั้งสิ้น
เขาประสานมือไว้ที่ท้ายทอยของป๋าป๋ายแล้วเอนตัวลงไปราบกับพื้นเตียงเอ่ยบอกอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจ
โดยไม่รู้ว่าคำพูดนั้นทำเอาคนฟังเครื่องกระหึม
“น้องยอลไม่ไหวแล้ว
ตามใจเลยฮะ น้องยอลง่วง”
“งั้นป๋าจะทำอะไรก็ได้ใช่มั้ยครับ?”
แบคฮยอนตอบเสียงหวานไม่โฮกฮากทำให้ชานยอลไม่คิดติดใจอะไรพยักหน้าให้แล้วปรือตาจะหลับ
โดยไม่เอ๊ะใจเลยว่า
นี่มันมุขผู้ใหญ่หลอกเด็ก
“หึหึ
พูดเองนะ”
“อะ..อ่ะ...อ้ะ...”
แบคฮยอนยึดตัวร่อนสะโพกอย่างรวดเร็วเสียจนคนข้างใต้ร้องระบายไม่เป็นคำ
เขาแหวกขาอีกฝ่ายออกให้กว้างเท่าที่จะทำได้บีบต้นขาแน่น
สอดใส่อย่างรวดเร็วเหมือนยามช่วยตัวเองแต่รู้สึกดีกว่าเพราะแทนที่จะเป็นมือก็เป็นช่องทางที่มีคราบเลือดแทน
“...ซี้ด..อ้า...”
กายที่กระทุ้งเข้าไปครั้งสุดท้ายแรงจนคนที่คล้อยจะหลับหน้าเบ้
ชานยอลยามนี้ไม่อาจตอบสนองเหมือนเดิมเพราะความล้าแต่เขาก็รับรู้ถึงของเหลวร้อนที่พุ่งเข้ามาทำให้ใจสั่น ปากอิ่มถูกจูบอีกครั้งเป็นธรรมเนียมที่ต้องจ่ายยามที่เสร็จการร่วมรักในทุกๆครั้ง
“ให้พักครึ่งชั่วโมงนะเด็กดี”
และดูเหมือนว่าคืนนี้ชานยอลคงจะได้ค่าธรรมเนียมอีกหลายๆครั้งแน่
กลับไปคอมมเม้น เป็นกำลังใจให้คนเขียน >>>> ♥
กลับไปคอมมเม้น เป็นกำลังใจให้คนเขียน >>>> ♥
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น